ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถสูดดมลึกเข้าสู่ปอดและซึมเข้ากระแสเลือดได้ อันตรายหลักคือทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย เสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดในสมองตีบ โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด ทั้งยังส่งผลให้เกิดอาการไอ จาม แสบตา ระคายเคืองผิวหนัง หอบหืดกำเริบ และเป็นอันตรายรุนแรงต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์
อันตรายและผลกระทบของ PM 2.5 ต่อร่างกาย
· ระบบทางเดินหายใจและปอด
ฝุ่นเข้าไปถึงถุงลมปอดและซึมเข้ากระแสเลือดได้ง่าย ทำให้เกิดอาการไอ จาม มีเสมหะ ระคายเคืองคอ หอบหืดกำเริบ โรคปอดอักเสบติดเชื้อ และในระยะยาวเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด
· ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ฝุ่นกระตุ้นให้หลอดเลือดอักเสบ ความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวายเฉียบพลัน และเส้นเลือดในสมองตีบ
· ผิวหนังและดวงตา
ทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง ผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน ผิวหนังเสื่อมสภาพก่อนวัย
· ผลกระทบระยะยาว
ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก และโรคเรื้อรังอื่น ๆ
กลุ่มเสี่ยง
1. ผู้สูงอายุ (50 ปีขึ้นไป)
2. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคหัวใจ, หอบหืด, ปอด, ความดันโลหิต)
3. เด็กเล็ก
4. หญิงตั้งครรภ์
การป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5
· สวมใส่หน้ากาก
ป้องกันตัวเองจากการสูดฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ด้วยมาสก์ปิดจมูกที่สามารถกรองอนุภาคฝุ่นละอองได้สูง เช่น หน้ากาก N95 กรองได้อย่างน้อย 95% และหน้ากาก N99 กรองได้มากถึง 99% โดยต้องสวมอย่างถูกต้องตามวิธีที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ยังควรหมั่นกระชับหน้ากากไม่ให้หลวม เนื่องจากฝุ่นละอองมีขนาดเล็กมากจะสามารถลอดผ่านหน้ากากได้ง่าย ไม่ควรนำหน้ากากใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่หาก มีฝุ่นละอองหนาเกินไป
· โหลดแอพ
การเฝ้าระวังระดับมลพิษด้วยการโหลดแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น Asia Air Quality (Android), Global Air Quality (Android) และ Air Quality Index (iOS)
· หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้าน
การเดินทางกลางแจ้งส่งผลให้ต้องสัมผัสและสูดดมละอองฝุ่นจำนวนมาก จึงควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่นิยมออกกำลังกายกลางแจ้งควรงดในช่วงที่มีภาวะหมอกควันและฝุ่นสูง เนื่องจากการใช้แรงมากหรือหายใจแรงอาจยิ่งเพิ่มการสูดเอาละอองฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ทางเดินหายใจและปอดมากขึ้น
· พยายามอยู่บ้านหรือภายในอาคารที่ปิดมิดชิด
อาจใช้เครื่องปรับอากาศภายในบ้านแม้อุณภูมิภายนอกไม่สูง หรือปิดหน้าต่างให้มิดชิดในช่วงที่มีมลพิษสูง บางกรณีอาจใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยกรองอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก
· งดสูบบุหรี่และกิจกรรมที่ทำให้เกิดควัน
การสูบบุหรี่หรือสูดกลิ่นควันอาจส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจและปอดอ่อนแอ เมื่อต้องเผชิญกับฝุ่นพิษในอากาศยิ่งส่งผลให้สุขภาพแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงเกิดหอบหืดและมะเร็งปอด
การสังเกตตัวเอง
· ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพกยาติดตัวเสมอ หรือพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา
· สำหรับผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานที่หนาแน่นของมลพิษทางอากาศ หรือไม่แน่ใจการป้องกันตนได้ผลหรือไม่ โดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มเสี่ยง หากพบอาการ เช่น หายใจลำบาก หน้ามืด อ่อนแรง หรือไอติดต่อกันรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาให้ทันท่วงที