วันหมดอายุ หรือ วันสิ้นอายุของยา คือ วันที่กำหนดอายุการใช้งานของยา เพื่อแสดงว่ายาดังกล่าวมีคุณภาพตามมาตรฐานตลอดช่วงระยะเวลาก่อนถึงวันสิ้นอายุของยา ซึ่งข้อมูลวันหมดอายุและสภาวะการจัดเก็บยาได้จากการศึกษาความคงตัวของยา ข้อควรรู้พื้นฐานในการพิจารณาวันหมดอายุของยา เพื่อสังเกตยาเสื่อมสภาพ มีดังนี้
1.ยาที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิต สังเกตได้จากวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ เช่น ที่แผงยา ขวดยา เป็นต้น กรณีที่ระบุเฉพาะเดือนและปีที่หมดอายุ วันหมดอายุจะเป็นวันสุดท้ายของเดือนในปีที่ระบุไว้นั้น
2.ยาเม็ดแบ่งบรรจุล่วงหน้า (pre-pack) จะมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับจากวันที่แบ่งบรรจุ (วันหมดอายุของยาที่ระบุไว้บนซองยา)
3.ยาปฏิชีวนะชนิดผงแห้ง ควรผสมตามวิธีที่ระบุของยาแต่ละชนิด และให้พิจารณาเกณฑ์การเก็บรักษาและอายุยาหลังผสมจากเอกสารกำกับยาของยาแต่ละชนิด โดยส่วนมากหลังจากผสมจะมีอายุ 7 วันที่อุณหภูมิห้อง หรือ 14 วันในตู้เย็น
4.ยาน้ำเชื่อม โดยทั่วไปควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง การแช่ตู้เย็นไม่ช่วยยืดอายุยา แต่อาจทำให้ยาตกตะกอน หรือน้ำเชื่อมตกผลึก โดยส่วนมากหลังจากเปิดขวดแล้วจะมีอายุ 1-3 เดือน (ไม่ควรเกิน 6 เดือนหากมีการเก็บรักษาที่ดี)
5.ยาหยอดตา ยาป้ายตา หากเป็นชนิดที่ใส่สารกันเสีย (preservative) โดยทั่วไปจะมีอายุไม่เกิน 1 เดือนหลังการเปิดใช้ หากเป็นชนิดไม่เติมสารกันเสียจะมีอายุไม่เกิน 1 วัน (ยาบางชนิดมีการกำหนดอายุยาหลังการเปิดใช้เฉพาะควรพิจารณาตามข้อมูลยาชนิดนั้น ๆ)
การเสื่อมสภาพของยา เกิดขึ้นได้ใน 3 ลักษณะ คือ
1.การเสื่อมสภาพทางเคมี ได้แก่ การลดลงของปริมาณตัวยาสำคัญ และการเพิ่มขึ้นของสารสลายตัว (การเปลี่ยนแปลงในปริมาณหรือชนิดของสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของตัวยา ทั้งตัวยาสำคัญและส่วนประกอบอื่น ๆ)
2.การเสื่อมสภาพทางกายภาพ ได้แก่ ความผิดปกติของสี กลิ่น รสชาติ ความใส ความหนืด การแยกชั้น การตกตะกอน เป็นต้น
3.การเสื่อมสภาพทางจุลชีววิทยา ได้แก่ การปนเปื้อนของเชื้อเกินระดับปลอดภัย (การปนเปื้อนและการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ เช่น เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา ในผลิตภัณฑ์ยา)
การเสื่อมสภาพของยาแต่ละชนิด
·ยาเม็ด สังเกตว่าเม็ดยาจะแตกร่วน สีเปลี่ยนไปมีจุดด่างขึ้นรา ยาเม็ดเคลือบน้ำตาลอาจมีการเยิ้มเหนียวหรือมีกลิ่นผิดไปจากเดิม
· แคปซูลแข็ง แคปซูลมักจะบวมโป่งอาจมีจุดเชื้อราขึ้นที่เปลือกแคปซูล ภายในแคปซูลจะสังเกตเห็นว่าผงยาเปลี่ยนสี จับกันเป็นก้อน
· แคปซูลนิ่ม เปลือกแคปซูลเยิ้มเหลวเหนียวกว่าปกติ แคปซูลเปื่อยทะลุทำให้ตัวยาไหลออกมากด้านนอก
· ยาผงแห้ง ผงยาจะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งที่ไม่ปกติไม่สามารถละลายได้ และถ้าที่ผนังภาชนะบรรจุมีไอน้ำ หรือหยดน้ำแสดงว่ายาเตรียมนั้นไม่เหมาะที่จะนำไปใช้
· ยาน้ำเชื่อม เช่น ยาแก้ไอ หากหมดอายุ ยาจะมีลักษณะขุ่นมีตะกอน ผงตัวยาละลายไม่หมด สีเปลี่ยน มีกลิ่นบูดเปรี้ยวหรือรสเปรี้ยว
· ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยาลดกรด หากเสื่อมสภาพตะกอนจะจับกันเป็นก้อน เกาะ ติดกันแน่น เขย่าแล้วไม่กระจายตัวดังเดิม มีความเข้มข้น กลิ่น สีหรือรสเปลี่ยนไป
· ยาหยอดตา ถ้าเสื่อมจะเปลี่ยนจากน้ำใสๆ เป็นน้ำขุ่น หรือหยอดแล้วมีอาการแสบตา มากกว่าปกติ
· ยาครีม การแยกของอิมัลชัน การโตของผลึก การหดตัวของเนื้อครีมเนื่องจากการระเหยของน้ำ และการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์
· ยาขี้ผึ้ง เกิดการแยกของของเหลวออกมาเยิ้มที่ผิวหน้าของยาเตรียมมีความข้นหนืด เปลี่ยนไป และมีกลิ่นเหม็นหืน
· ยาเจล หากยาเสื่อมสภาพเนื้อเจลใสจะเปลี่ยนเป็นขุ่นและไม่เป็นเนื้อเดียวกัน