แผลร้อนใน เป็นแผลในปาก มีลักษณะเป็นรูปวงกลมหรือวงรี สีขาวหรือออกเหลือง รอบรอยแผลจะแดง มีขนาดเล็ก 1 มิลลิเมตร หรืออาจจะใหญ่ได้ถึง 0.5 - 1 นิ้ว อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บและระคายเคืองภายในปากเวลารับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือสนทนา อาการบาดเจ็บในช่องปาก การรับประทานอาหารที่มีความเป็นกรด หรือความเครียดอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดแผลร้อนใน โดยปกติแล้วแผลร้อนในจะหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนมากมักไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่บางครั้งอาจมีแบคทีเรียแทรกซ้อนได้
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดแผลร้อนใน
· การรับประทานอาหารที่มีกรด เช่น มะนาว หรือ ส้ม เป็นต้น
· การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen เป็นต้น
· การใส่เหล็กจัดฟันหรือใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีช่องปาก ทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุในปาก
· ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
· การขาดวิตามินบี 12 เหล็ก สังกะสี และกรดโฟลิก
อาการของร้อนใน
· มีลักษณะบวมแดง และเจ็บตามจุดต่าง ๆ ภายในช่องปาก เช่น ที่ริมฝีปากด้านใน, ลิ้น, แก้ม
· ในบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ หรือต่อมน้ำเหลืองบวม เป็นต้น
หากเป็นร้อนในแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการทันที
· แผลที่เกิดขึ้นมีจำนวนมากกว่าจุดเดียว และเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้ว่าแผลเก่าจะยังไม่หาย
· แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าปกติ หรือลุกลามไปยังบริเวณอื่น
· มีอาการไข้สูงร่วมด้วยขณะมีแผลร้อนใน
· เป็นแผลร้อนในอย่างต่อเนื่อง และไม่มีอาการดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
· ผู้ที่มีปัญหา หรือมีอุปกรณ์ด้านทันตกรรมในช่องปากจนเป็นเหตุให้แผลหายช้า
ลักษณะของแผลร้อนใน
แผลร้อนในขนาดเล็ก
สามารถพบได้บ่อยใน 80% ของผู้ป่วยร้อนในทั้งหมด โดยลักษณะของแผลร้อนในชนิดนี้ จะเป็นแผลตื้นรูปทรงไข่ หรือทรงกลม จะมีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร มีวงสีแดงและเนื้อเยื่อสีขาวเหลืองปกคลุมล้อมรอบแผล มักจะเกิดขึ้นบริเวณกระพุ้งแก้ม, พื้นปาก, เพดานอ่อน หรือขอบของลิ้น เป็นต้น
แผลร้อนในขนาดใหญ่
พบได้น้อย แต่มักจะมีอาการที่รุนแรง โดยจะมีขนาดของแผลประมาณ 1 - 3 เซนติเมตร ลักษณะจะเป็นแผลลึก, ขอบแผลยกนูน, รอบแผลมีอาการบวมหรืออักเสบ พบได้ที่บริเวณริมฝีปาก, เพดานอ่อน หรือบริเวณระหว่างปากและคอ ร้อนในชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นนาน โดยมีระยะเวลาอยู่ที่ 6 สัปดาห์ หลังจากแผลหายอาจทิ้งร่องรอยของแผลเป็นไว้
แผลร้อนในคล้ายแผลเฮอร์ปีส์
มักจะพบได้น้อยมาก ๆ โดยอาการจะเป็นแผลชนิดรูปร่างกลม, รี ขนาดเล็กประมาณ 1 - 2 มิลลิเมตรหลายแผล ร้อนในชนิดนี้จะมีลักษณะของแผลคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ มักมีอาการปวด ส่งผลให้รับประทานหรือกลืนอาหารลำบาก
การรักษาแผลร้อนใน
โดยทั่วไปจะสามารถหายได้เองในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ แต่ต้องมีการปรับพฤติกรรมควบคู่ด้วย ดังนี้
· การดูแลสุขภาพของช่องปากอยู่เสมอ ๆ เช่น การแปรงฟันโดยไม่ใช้แปรงที่มีขนแข็งจนเกินไป, ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และการใช้น้ำยาบ้วนปากอ่อน ๆ ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านแบคทีเรีย เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก และลดอาการอักเสบ
· การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด
ผู้ป่วยสามารถใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการได้ เช่น
· ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดที่ใช้ภายนอก
· ยาชาเฉพาะที่ เช่น Benzocaine ชนิดที่ใช้ภายในปาก
· น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของคลอเฮกซิดีน (chlorhexidine) เดกซาเมทาโซน (dexamethasone) และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogen peroxide)
การป้องกันการเกิดแผลร้อนใน
· รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร
· ทำความสะอาดปากโดยการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
· หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม เผ็ด หรือมีรสเปรี้ยวจัดเกินไป
· หลีกเลี่ยงความเครียด
· พักผ่อนให้เพียงพอ
· ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อย 6 - 8 แก้วต่อวัน